2009/Jul/08

TITLE :... S.E.O.U.L[in seoul city]
CATEGORY : DARMA
PAIRING : YUNHO&JAEJOONG
AUTHOR NOTE : คำเตือน...ฟิคเรื่องนี้แต่งจากจินตนาการของผู้แต่งทั้งสิ้น
เนื้อหาบางส่วนผู้แต่งนำเค้าโครงมาจากเหตุการณ์จริง แต่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง
เท่านั้น
หากมีส่วนใดในฟิคเรื่องนี้ผิดพลาดไป ผู้แต่งขออภัยไว้นะที่นี้ด้วยนะคะ...
ขอให้สนุกกับการอ่านค่ะ...Take Care…

 

 

 

.


.


.


‘..ตื้ด..ตื้ด..ตื้ด...ตื้ด.....’


เสียง สัญญาณโทรศัพท์ที่ดังถี่ ๆ ติดกันยาวนานจากการเปิดโฟนเพื่อให้ผู้ที่ฟังได้ยินแม้จะไม่ได้ถือมันไว้ใน มือก็ตามที.........เสียงการสนทนาที่ผมได้ยินจากปลายสายเงียบเสียงแล้ว... และแทนด้วยสัญญาณถี่ ๆ ที่เป็นอันรู้ว่าอีกฝั่งได้วางสายไปแล้ว.....ผมยังคงนั่งมองโทรศัพท์เครื่อง เล็กที่วางอยู่ข้างตัวด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก...จนเมื่อเจ้าของโทรศัพท์ นั้นหยิบมันขึ้นมา...แล้วกดวางสาย.........ผมมองตามโทรศัพท์นั้น...ก่อนจะ ประสานสายกับเจ้าของโทรศัพท์เครื่องนั้น....ที่มองจ้องผมอยู่ก่อนแล้ว ............... ‘โบอา’ ..................


.....ผมไม่รู้ว่าโบอา...รู้ว่า ผมอยู่ที่นี่ได้อย่างไร.....แต่หลังจากที่ผมโทรฯไปหาเธอไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ดี....เธอก็มาปรากฏกายอยู่ต่อหน้าผมด้วยอาการหอบจนตัวโยน........เธอชะงัก เล็กน้อย..จากตอนแรกที่เธอกำลังจะเปิดประตูตู้โทรศัพท์สาธารณะ.......ที่จน ถึงตอนนี้..ผมก็ยังคงซุกตัวนั่งอยู่ในนั้น......แต่สภาพของผม...มันคงแย่มาก ......เธอจึงตัดสินใจผละออกไปนั่งอยู่บนทางเท้าห่างจากตู้โทรศัพท์ไม่ถึงสอง เมตร.....และนั่งอยู่อย่างนั้น...........ซึ่งผมรู้สึกขอบคุณอยู่ในใจ... เพราะตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะพูดอะไร..กับใคร...ทั้งสิ้น.........แม้ว่าการ ที่โบอามาอยู่กับผม..ตรงนี้.....มันจะทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น...ก็ตามที .............


......ผมไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปนานแค่ไหน....อาจ จะนานเป็นชั่วโมง.....หรือบางที...จริง ๆ แล้ว.....อาจจะเป็นแค่ชั่วเวลาเดียว......เสียงเคาะกระจกที่ดังถี่ ๆ อยู่ภายนอก....เรียกให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมาจากการซุกซบอยู่ที่เข่าทั้งสอง ข้าง.....โบอาเปิดประตูตู้โทรศัพท์.....เธอไม่พูดอะไร.........นอกจากวาง โทรศัพท์มือถือของเธอไว้ข้างตัวผม...ก่อนหมุนตัวกลับไปทรุดนั่งที่ตำแหน่ง เดิม........


... และยังไม่ทันที่ผมจะเอ่ยปากถามเธอ.....เสียงที่ผมได้ยินจากโทรศัพท์ที่ วางอยู่ข้างตัว......เสียงนั้น...เสียงที่ดังผ่านจากการเปิดโฟนโทรศัพท์รุ่น ใหม่ราคาแพง.....ทำให้ผมได้ยินเสียงสนทนาจากฝั่งนั้น...ชัดเจน............


.....เสียงของ....... ‘ยุนโฮ’ .........


'ใช่..ผมรักเขา......ผมรักแจจุง..............ผมอาจจะรักเขา..ก่อนที่เขาจะรักผมด้วยซ้ำ......................’

..... ผม....หูฝาดไปหรือเปล่า..........ตอนนี้...ผม.....กำลังฝันอยู่ใช่มั้ย ?...........ใครก็ได้ช่วยบอกผมทีเถอะ.........เสียงที่ผมได้ยินอยู่ตอนนี้ .........มันคือเสียงของยุนโฮใช่มั้ย?...............ยุนโฮจริง ๆ ใช่มั่ย?.........


‘......... และอยากให้เขา.....อยากให้แจจุง...อยู่กับผม...อยู่กับผมตลอดไป.......ผมใช้ คำว่าเพื่อนรักผูกมัดเขาไว้......ผมขี้ขลาดเกินกว่าจะใช้คำว่าคนรัก......ผม กลัว..ผมกลัวว่าผมจะรับผิดชอบมันไม่ไหว.....ผมกลัวจริง ๆ นะ...........’


.....ผมต้องเอามืออุดปากตัวเอง....ผมกลัวเหลือเกิน......กลัวว่าก้อนสะอื้นแข็ง ๆ ที่ตอนนี้มันจุกอยู่ในลำคอของผม.........มันจะสะอื้นไห้ออกมา.....ให้อีกฝ่ายที่อยู่ปลายสายได้ยิน.........


‘..........เพราะแจจุงคือคน ๆ เดียว...ที่ผมจะขาดไปไม่ได้อีกแล้ว.....ในชีวิตนี้......’


“...ฮึ้ก!!....”


‘...... เพราะฉะนั้น....ต่อให้ไม่ได้เป็นคนรักกัน......หรือต่อให้...สักวัน...เขาจะ ไปรักใคร.....ขอเพียงแค่ผมได้อยู่กับเขาตลอดไป.....ในอนาคต...ได้ยืนอยู่บน เวทีเดียวกัน....ได้ร้องเพลงร่วมกัน........ได้รับแสง..จากไฟที่สาดส่องมา ด้วยกัน.....แค่นั้น..ผมก็ขอบคุณมากแล้วครับ.........ถ้าทั้งหมดนี้..ต้อง แลกมาด้วยคำว่า....‘เพื่อนรัก’.......แม้จะเป็นเพียงแค่นั้น...ผมก็ขอบคุณ มากแล้วจริง ๆ.......’


“.....ยุน...โฮ.......” ผมหลุดพูดชื่อของเขาออกมา.....แต่มันก็แทบเป็นแค่เสียงลม


‘….ผมซึ่งเลือกทางใดไม่ได้......ผมที่ขี้ขลาด..และไม่มีความกล้าแบบนี้.....พี่ครับ.....พี่เข้าใจผม...ใช่มั้ย?......’


...... ผมซุกหน้าลงกับเข่าทั้งสองข้างอีกครั้ง....ก่อนจะใช้แขนทั้งคู่กอดรัดมันไว้ ให้แน่นขึ้น........น้ำตาที่เหมือนจะหยุดไหลไปแล้วก่อนหน้านี้......มันกลับ ไหลออกมาอีกครั้งเมื่อผมไม่สามารถกลั้นก้อนสะอื้นที่มันจุกอยู่ในลำคอได้อีก ต่อไป...........ไม่นานเสียงจากปลายสายก็หายไปกลายเป็นเสียงสัญญาณถี่ ๆ ดังขึ้นมาแทน............ผมค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา...และมองไปที่โทรศัพท์อีกครั้ง.......


...... น้ำตาของผม...มันยังคงไหลไม่หยุด.......เมื่อก่อน..ผมเคยคิดตำหนิตัวเอง ........ทำไมผมถึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้.....เมื่อก่อน..ผมที่แทบไม่เคย ร้องไห้ให้ใครเห็น.....ต่อให้เป็นเรื่องคอขาดปาดตายซักแค่ไหน.....ก็ไม่เคย ร้องออกมาซักแอะ.......แต่พอมาเจอยุนโฮ.....พอเป็นเรื่องของยุนโฮ......ผม กลับร้องมันออกมาง่าย ๆ ............ครั้งนี้ก็เช่นกัน.......ผมก็ยังคงร้องไห้เพราะเขาอยู่ดี...... แต่ครั้งนี้..มันอาจจะแตกต่างกับครั้งที่แล้ว ๆ มา.........เพราะน้ำตาของผมที่ไหลออกมานั้น.....ใครช่วยบอกผมทีเถอะ....ว่า ผมควรร้องไห้เพราะว่าดีใจ......หรือเสียใจดี.........


“.... แจจุง...” โบอาเรียกชื่อผมหลังจากที่เราจ้องตากันอยู่นาน.....ในแววตาของเธอนั้น..ผม เห็นถึงความห่วงใย..เห็นใจ...และเข้าใจ......รอยยิ้มที่มุมปากของเธอนั้น... เหมือนจะยิ้มและร้องไห้ไปพร้อมกับผม


“...ยุนโฮรักฉัน...ได้ยินอย่างนั้น....ใช่มั้ย?!!.....” ผมถามโบอาด้วยเสียงที่เบาเหมือนกระซิบ..ผมเห็นโบอาพยักหน้าตอบผมช้า ๆ


... เขารัก..ผม......ผม..ควรดีใจใช่มั้ย?........แต่..ทำไมในความดีใจนั้น..มัน ถึงมีความเสียใจอยู่ในนั้นด้วยนะ?....ผมดีใจ..ที่เรา...ผม..และเขา....เรามี ความรู้สึกเดียวกัน.......แต่ผม..เสียใจ......ที่ความรู้สึกที่เรามีให้กัน นั้น...มันทำให้เขา....ทำให้ยุนโฮ........ทุกข์ใจ......


..... ตอนนี้ผมรู้แล้ว....เราไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้แค่เพียงสองคน...เรายังมีพ่อ.. มีแม่...มีครอบครัว....มีเพื่อน.....มีสังคม.......เรา..ที่ยังเป็นเพียงแค่ เด็กผู้ชายอายุเพียงสิบหกปี.........เรา..ที่ยังไม่มีอะไร.....ไม่มีอะไรสัก อย่าง......ผม..เข้าใจแล้ว......


“....โบอา...คนเราจะตายตอนอายุเท่าไหร่เหรอ?” โบอาเลิกคิ้วมองผมงง ๆ กับคำถามนั้นจนผมต้องถามซ้ำ


“คนเราจะตายตอนอายุเท่าไหร่?...เธอรู้มั้ย?”


“..ไม่รู้สิ..ซักหกสิบ..เจ็ดสิบปีล่ะมั้ง?” โบอาตอบผมพร้อมทั้งหย่อนกายลงนั่งหันหลังพิงขอบตู้โทรศัพท์ที่ผมนั่งอยู่ด้านใน


“ถามทำไมเหรอ?”


“... ฉัน..อยากอยู่กับยุนโฮ.....ไปจนถึงตอนนั้น....จริง ๆ นะ.....จะอายุหกสิบ..หรือเจ็ดสิบปี....ฉันก็อยากอยู่ข้าง ๆ ยุนโฮ....จะแบบไหนก็ได้...ยังไงก็ได้....ฉันไม่อยากให้ยุนโฮต้องทุกข์ใจ... แค่ฉันรู้ว่าเขารักฉัน....แค่เรารู้สึกเหมือนกัน......แค่นั้นก็พอ.....จริง ๆ นะ.....ไม่ต้องเป็นคนรักก็ได้.....เป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็ ได้..........เป็น..เพื่อน....ก็ได้...ฉันไม่อยากให้เขาต้องเลือก......ไม่ อยากให้เขาต้องร้องไห้......ไม่อยากให้เขาเป็นลูกที่ไม่ดี.........ฉันไม่ อยากเห็นเขาไม่มีความสุข.......จริง ๆ นะ........” ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นรัว


“...แจจุง......”


“.....เป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ก็ได้.......จริง ๆ นะ.............จริง ๆ ......นะ...........” ผมย้ำคำพูดท้ายประโยคหนัก ๆ เหมือนอยากให้ตัวผมรู้สึกอย่างที่พูดออกไป..จริง ๆ..........


“....แจจุง!!......ทำไมนาย..ทำไมนายถึงอ่อนแอแบบนี้เนี่ยะ!!” เสียงโบอาตวาดผมเหมือนโกรธจัด


“ให้ ตายเหอะ!! แค่นี้นายก็ท้อแล้วเหรอ..ห๊ะ?....นายรักเขา...และเขาก็รักนาย...กับอีแค่ ปัญหาสองสามเรื่องแค่นี้มันก็ทำให้นายท้อแล้วเหรอ?....ผิดหวังว่ะ!!” โบอาหยิบกระเป๋าเป้ของผมเหวี่ยงออกไปให้พ้นทางก่อนจะกระเถิบมานั่งเผชิญหน้า กับผมติดประตูตู้โทรศัพท์


“... แทนที่เขาอ่อนแอแล้วนายจะเข้มแข็ง..จะคอยพยุงเขา...นี่อะไร!!จะเป็นง่อยตาม เขาไปหรือไง.....ฉันนึกว่านายจะรักเขามากกว่านี้ซะอีก!!”


“รักสิ!!..เพราะว่าฉันรักยุนโฮยังไงล่ะ!!” ผมโต้กลับโบอาไปทันควันแต่โบอาก็โต้กลับผมมาทันควันเช่นเดียวกัน


“รักเหรอ?..ถ้านายรักเขาก็ต้องทำอะไรซักอย่างสิ..ไม่ใช่ยอมรับสภาพแบบนี้...”


“... แค่ความรักอย่างเดียวมันพอหรือไง?....ฉันมีอะไร?.....ไม่มีอะไรสักอย่าง !!...แล้วยุนโฮน่ะ..ทั้งครอบครัวของเขา..ทั้งอนาคตของเขา....เธอจะให้เขา ทิ้งมันไปอย่างนั้นเหรอ?..ฉันไม่เห็นแก่ตัวขนาดนั้นหรอกนะ!!”


“แล้วใครบอกให้นายต้องทำมันเดี๋ยวนี้ล่ะ!!...นาย บอกเองว่าอยากอยู่กับเขาจนอายุหกสิบเจ็ดสิบ...นายมีเวลาทั้งชีวิตนะ...ทั้ง ชีวิตของนายเลย!!”


....โบอาเหมือนค่อย ๆ ปรับอารมณ์ลงเมื่อพูดจบประโยค.....ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่และเอ่ยประโยคถัดไป....


“ตัว ฉัน..ต้องทิ้งชีวิตส่วนตัวตั้งแต่อายุสิบสามปี..ใคร ๆ ก็บอกว่าฉันเก่ง..ฉันเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์หรืออะไรก็ตามแต่ที่เขาใช้เรียก ฉัน....ฉันเหมือนมีความสุขมั้ย?......ฉันมีทุกอย่าง.....มีชื่อเสียง.....มี เงินทอง......อยากได้อะไรก็ได้.........แต่นายรู้มั้ยว่าฉันขาดอะไร?..... ฉันขาด..‘ความรัก’....ฉันอยู่ใต้แสงสปอตไลท์ก่อนที่ฉันจะรู้จักคำ ๆ นั้นเสียอีก...พอฉันอยากจะรู้สึกถึงมัน...ก็แทบไม่มีโอกาสอีกแล้ว....ฉัน ต้องอยู่คนเดียว...ร้องเพลงคนเดียว....เต้นคนเดียว.......มองไปรอบตัวแทบจะ ไม่มีคนในวัยเดียวกัน.....หรือถึงมี...ฉันก็ไม่สามารถสานสัมพันธ์ใด ๆ ได้....เพราะฉันคือคนของประชาชน......ไม่เหมือนกับนาย....ที่ถึงแม้ในอนาคต ....นายจะมีโอกาสได้เป็นนักร้อง..อย่างที่นายฝัน....แต่ตอนนี้นายได้รู้จัก มัน...ความรัก......นายยังได้ใช้ช่วงเวลานี้..สร้างความทรงจำที่ดี......นาย สามารถทำมันได้....แต่นายกลับจะทิ้งมันไปอย่างนั้นเหรอ?.....ถ้าหากว่านาย กลัว...ทั้งนายและเขา.....กลัวว่าถ้าหากใครสักคนต้องเลือก......มันจะมีแต่ ความทุกข์..หรือเสียใจ.......ถ้าอย่างนั้น....มันก็ไม่จำเป็นต้องเดี๋ยวนี้ ..ตอนนี้ก็ได้นี่”


“แต่ ในอนาคต....ฉันหวังไว้ว่าฉันจะได้เห็นนาย..และยุนโฮ.....ยืนอยู่เคียงข้าง กัน....ร้องเพลงด้วยกัน....เต้นด้วยกัน........และรักกัน..........ในเมื่อ นายบอกว่าอยากอยู่กับเขาทั้งชีวิต....นายก็ยังมีเวลาทั้งชีวิตนะแจจุง” โบอาวางมือทั้งสองข้างที่ไหล่ทั้งคู่ของผม...ก่อนจะออกแรงบีบเบา ๆ เหมือนกับจะย้ำให้ผมเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด


“.......แล้วจนถึงตอนนั้น...เขาจะยังรู้สึกกับฉันเหมือนเดิมหรือเปล่าล่ะ?” ผมถามออกไป


“นั่นมันก็ขึ้นอยู่ที่นาย....ถ้านายยังรู้สึกเหมือนเดิม..ฉันก็เชื่อว่ายุนโฮก็ต้องรู้สึกเหมือนเดิมเช่นกัน” โบอาออกแรงบีบที่ไหล่ผมหนัก ๆ อีกครั้งก่อนจะปล่อยมือ


....เธอยิ้มให้กับผมก่อนจะพยักหน้าอีกหนึ่งครั้งเหมือนจะให้ผมยิ้มตาม.....ใช่..ผมค่อย ๆ ยิ้มออกมา....ไม่ใช่เพราะโบอาบังคับ...แต่ผมยิ้มออกมาจากใจจริง ๆ ......


“นั่นสินะ....ยังมีเวลาอีกทั้งชีวิตนี่เนอะ” ...ผม..และโบอา....เรายิ้มให้กัน.......


“เอ้า!! เช็ดน้ำตาซะ...เดี๋ยวใครผ่านมาเห็นเข้า..นึกว่าฉันทำผู้ชายร้องไห้จะแย่เอา” โบอาหัวเราะก่อนจะหยิบห่อกระดาษทิชชู่ยับ ๆ ออกมาจากซอกกระเป๋าสะพายของเธอ....ผมรับมันมาก่อนจะบอกขอบคุณ


“ขอบ คุณนะ...ให้ตายเหอะ!!นับวันฉันยิ่งจะเหมือนผู้หญิงเข้าไปทุกวัน...ร้องไห้ บ้าบอ.....คิดมากเรื่อยเปื่อย......ฉันดูแย่มากมั้ย?....ฉันดูเหยาะแหย่ะ ขนาดนั้นมั้ย?” ผมซีเรียสนะ..เพราะยังไงผมก็เป็นผู้ชาย...ผมไม่อยากให้ใครมองผมแบบนั้น... แต่ตั้งแต่มียุนโฮเข้ามาในชีวิต...ดูเหมือนสภาวะผมมันปั่นป่วนไปหมด


“โอ้ยยยย!!ยังแมนอยู่...คิดมากนายอ่ะ!!..รู้มั้ย? นายน่ะเป็นเพื่อนผู้ชายที่ฉันสนิทด้วยคนแรกเลยนะ” โบอาพูดพร้อมกับใช้หลังมือผลักหน้าผากผมซะแทบหงาย....ทำไมชอบใช้กำลังนักก็ไม่รู้?


“..แล้วพี่ฮีชอลล่ะ..พี่เขาก็เป็นผู้ชายนะ” ผมแย้งกลับไปหลังจากใช้ฝ่ามืออังหน้าผากที่ถูกผลักเมื่อกี้เบา ๆ


“โอ้ยยยยยยย!!ขานั้นอ่ะ..ฉันไม่นับหรอก..นั่นน่ะ!!สปีชี่ส์พิเศษ..คนเดียวในโลก!!ไม่นับย่ะ!!” ผมกับโบอามองหน้ากันก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาพร้อม ๆ กัน...นั่นสินะ!!คนแบบนั้นคงมีคนเดียวในโลกแล้วล่ะ


“ดีขึ้นแล้วนะ?” โบอาถามผมพร้อมรอยยิ้ม


...ผมค่อย ๆ คลี่ยิ้มตอบกลับไป..


“อื้อ!!..ดีมาก ๆ เลย.....ขอบคุณนะ...ขอบคุณจริง ๆ....” ผมรู้สึกขอบคุณโบอาจากใจจริง ๆ และพี่ฮีชอลด้วย...ขอบคุณจริง ๆ ครับ.......แม้ชีวิตของผมมันจะไม่สมบูรณ์แบบนัก....แต่ผมก็ยังมีคนดี ๆ ที่หวังดีกับผม...อยู่รอบตัวผม.....ขอบคุณจริง ๆ ..........





.........................................





...................................................





.


.


...ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะเดินผ่านประตูทางเข้าของบริษัท ผมยิ้มให้พี่ประชาสัมพันธ์คนสวยที่นั่งอยู่หลังเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ตามปกติ ก่อนจะเดินเลยไปที่ลิฟท์....ที่หน้าลิฟท์มีเพื่อนเด็กฝึกหัดรุ่นเดียวกับผมยืนรอลิฟท์อยู่สองสามคน เราทักทายกันเหมือนทุก ๆ วัน....


...ลิฟท์เลื่อนลงมาที่ชั้นหนึ่ง ประตูลิฟท์เปิดออก ผมเดินเข้าไปภายในกล่องสี่เหลี่ยมเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ...ลิฟท์เคลื่อนขึ้นไปทีละชั้น..ทีละชั้น....และหยุดที่ชั้นสาม......


..... ผมเดินออกจากลิฟท์เป็นคนสุดท้าย...เพื่อน ๆ ที่มาพร้อมกันเดินเข้าไปในห้องฝึกซ้อมกันก่อนแล้ว....ผมกำสายกระเป๋าเป้แน่น ขึ้นเมื่อเดินเข้าไปใกล้ประตู....ผมสูดลมหายใจเข้าปอดอีกเฮือกใหญ่..ก่อนจะ ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา....และผมยิ้ม....ใช่..ผมยิ้ม.......


..ผมก้าวผ่านประตูมาแล้ว....ไม่ต้องกวาดตามองหา.....เพราะไม่ว่ายังไง..ผมก็สามารถมองเห็นเขาได้เสมอ....นั่นไง...ยุนโฮ.....


.... ยุนโฮนั่งหันหลังอยู่ที่มุมห้อง....พวกเพื่อน ๆ ในกลุ่มต่างอยู่กระจัดกระจายทั่วห้อง....จุนซูกำลังทวนท่าที่อาจารย์อีสอนไป เมื่ออาทิตย์ที่แล้วกับอึนฮยอคและซองมิน ดงเฮกับชงอุนกำลังแอบเอาขยะใส่กระเป๋าเพื่อนอีกคนนึงที่กำลังคุยโทรศัพท์ อยู่ พี่ชองซูกำลังยืนคุยกับพี่คังอินเพื่อนใหม่อย่างสนุกสนาน......ผมเดินผ่าน ทุกคนตรงไปยังคนที่นั่งอยู่คนเดียวที่มุมห้อง....


.... ผมเดินไปหยุดที่ด้านหลังของเขา..แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าคนที่ นั่งอยู่จะรู้สึกตัว....ผมวางกระเป๋าเป้ลงกับพื้นก่อนจะค่อย ๆ นั่งลงไปข้าง ๆ เขา.......ยุนโฮ..เหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวและครุ่นคิดอะไรบางอย่าง....ผมมอง เขาอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจ...ยื่นมืออกไปแตะที่หลังของเขาแผ่วเบา... แล้วเอ่ยเรียกชื่อ....


“..ยุนโฮ” ผมเห็นยุนโฮสะดุ้งเล็กน้อย...ก่อนจะค่อย ๆ หันมา....มองผม.......ผมเห็นแววตานั้นตะลึงชั่วครู่...ก่อนจะค่อย ๆ อ่อนแสงลง...แล้วหลุบตา..เขาไม่กล้าที่จะสบตาผม


“ยุนโฮ” ผมเรียกเขาอีกครั้ง....แต่ยุนโฮก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา..ผมเห็นเขากำมือทั้งสองข้างแน่น.....


.....ผมเอื้อมไปหยิบกระเป๋าเป้ที่วางไว้ข้างตัว..รูดซิป...แล้วล้วงมือเข้าไปหยิบของที่อยู่ในนั้นออกมา....ผมค่อย ๆ ยื่นมือไปกุมมือที่กำแน่นของยุนโฮ...เขาเหมือนจะชักมือหลบแต่ผมก็จับมันไว้ได้ทันก่อนจะค่อย ๆ บังคับคลายมือของเขาออก...และวางของสิ่งนั้นลงไปบนฝ่ามือของเขา...ช้า ๆ ..........ยุนโฮมองของสิ่งนั้นด้วยความแปลกใจ....ก่อนจะยอมเงยหน้าขึ้นมา....และสบตากับผม..........


“ฉันซื้อมาตั้งแต่เมื่อเข้าแล้วล่ะ....มันอาจจะไม่อุ่นแล้วล่ะนะ.......สาย ๆ แบบนี้กาแฟสักกระป๋องก็ดีเหมือนกัน...นายว่างั้นมั้ย?” ผมยิ้มให้กับเขาก่อนจะชูกาแฟอีกกระป๋องที่ถืออยู่ในมือ


“อันนั้นซื้อเผื่อนาย...กินคนเดียวมันก็ไม่อร่อยเนอะ” ผมยังคงยิ้มให้กับเขา...ผมยิ้มให้กับเขาจริง ๆ....จากใจเลย...ผมอยากเห็นเขายิ้มนะ.........นั่นไง..เขาเริ่มยิ้มแล้ว......


.....ยุนโฮยิ้มให้กับผม.....แต่มันเป็นเพียงแค่....ยิ้ม.....ที่ฝืนเต็มที.........ก่อนที่ยุนโฮจะค่อย ๆ ก้มศรีษะลงมาพักไว้ที่ไหล่ข้างซ้ายของผม.........


“...แจจุง.....ฉันคงเห็นแก่ตัวเนอะ.....” ผมได้ยินเสียงยุนโฮพูดออกมาเบา ๆ


“..ไม่หรอก” ผมตอบกลับไปด้วยเสียงที่เบาพอ ๆ กัน


“กินกาแฟคนเดียวมันไม่อร่อยจริง ๆ ด้วย..........นายจะกินเป็นเพื่อนฉันไปตลอดใช่มั้ย?”


“.....อื้ม..ตลอดไปเลย.......อีกห้าปี....อีกสิบปี.......ตลอดไปเลยก็ได้นะ” ยุนโฮค่อย ๆ ยกศรีษะขึ้นมา........ไม่ใช่แค่ริมฝีปากเท่านั้น.....ตอนนี้ผมเห็นบางอย่างในแววตานั้นของยุนโฮแล้ว..... ‘ความสุข’ .........


“.......แจจุง...ขอโทษ...แล้วก็ขอบคุณนะ.....”


.....ผมยิ้มรับรอยยิ้มนั้น........


“....ด้วยความยินดี......”


..... เราทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อมกัน.....เปิดฝากาแฟกระป๋อง....ก่อนจะยกมันขึ้น ดื่ม.....แม้รสชาติของมันจะเย็นชืด........แต่ก็ไม่เป็นไร....เพราะวันต่อไป .........เราจะยังคงได้กินกาแฟกระป๋องอุ่น ๆ ......ด้วยกัน.........ไม่ใช่แค่วันพรุ่งนี้......มะรืนนี้........... อาทิตย์นี้...............แต่จะตลอดไป...............ใช่มั้ย?... ‘ยุนโฮ’ ..................






...............................................................



..........................................


TO BE CON…

 

 

 

.......เหมือนทุก ๆ ครั้ง..ขอบคุณที่รักฟิคเรื่องนี้ค่ะ^^

ขอให้อ่านฟิคให้สนุกนะคะ แม้เพียงสักนิดผู้แต่งก็ดีใจแล้วค่ะ

พบกันใหม่ PART หน้า นะคะ SEE YOU NEXT PART……ค่ะ!!


*******************************

edit @ 8 Jul 2009 10:54:48 by monobunri